จริยธรรม
“จริยธรรม” แยกออกเป็น จริย + ธรรม
ซึ่งคำว่า จริย หมายถึง
ความประพฤติหรือกิริยาที่ควรประพฤติ ส่วนคำว่า ธรรม มีความหมายหลายประการ เช่น
คุณความดี, หลักคำสอนของศาสนา, หลักปฏิบัติ เมื่อนำคำทั้งสองมารวมกันเป็น "จริยธรรม"
จึงมีความหมายตามตัวอักษรว่า “หลักแห่งความประพฤติ” หรือ “แนวทางของการประพฤติ”
จริยธรรมสากล 4 ประการ
-
ความสุข
-
กายิกสุข คือความสุกขทางกาย
(สามิตสสุข = สุขอิงอามิส)
-
เจตสิกสุข คือความสุขทางใจ
(นิรามิสสุข = สุขไม่อิงอามิส)
-
ความเต็ม (จิต – วิญญาณ)
-
ความสามารถควบคุมจิตของตนเองได้ ไม่ให้ โลภ โกรธ หลง
-
หน้าที่บริสุทธิ์ (ทำงานเพื่องาน)
-
ความรักสากล
(มีใจกว้าง – มีเมตตา)
จริยธรรมสำหรับทุกคน
-
จริยธรรมเพื่อส่งเสริมความเป็นมนุษย์
เช่น ศีล 5 สัปปุริสธรรม 7
-
จริยธรรมเพื่อชีวิตงอกงาม เช่น ปัจจัยสัมมาทิฎฐิ 2 ทสบารมี10 มงคล 38
-
จริยธรรมเตือนสติ เช่น เทวฑูต มาร อภิณหปัจจเวกชณ์
จริยธรรมเพื่อความดีงามแห่งสังคม
-
จริยธรรมเพื่อส่งเสริมชีวิตที่ดีร่วมกัน เช่น ปฎิสันถาร 2 สังคหวัตถุ 4 สาราณียธรรม 6
-
จริยธรรมเพื่อการปกครอง/คุ้มครองชีวิตที่ดีร่วมกัน เช่น อธิปไตย 3 พรหมวิหารธรรม 4 ราชธรรม 10 จักกวัตติวัตร 12
"จริยธรรมที่ดีงาม 10 ประการได้แก่
1-การพูดความจริง
2- การพูดความจริงแม้ในยามที่ลำบาก
3-การให้อภัยเมื่อมีผู้กระทำความผิดมาขอโทษ
4- การมีมารยาทที่ดีงาม
5- การมอบรางวัลค่าจ้างแก่ผู้ปฏิบัติงานทันที
6- การมีความสัมพันธ์กับคนในเครือญาติพี่น้อง
7- การปกป้องช่วยเหลือ
และไม่ทอดทิ้งเพื่อนบ้าน
8- การรู้จักสิทธิของมิตรสหาย
9- การให้การต้อนรับแขกที่มาเยือนอย่างเต็มที่
10- การมียางอายในทุกๆ
เรื่อง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น